
เปิดโต๊ะบาคาร่าออนไลน์ครั้งแรก สิ่งแรกที่เห็นคือตารางสีแดงน้ำเงิน กราฟเส้นสลับลาย ตัวเลขเต็มจอ และปุ่มที่ไม่รู้ว่ากดแล้วหมายความว่าอะไร หลายคนรู้กติกาพื้นฐานบาคาร่าแล้ว แต่พอเปิดเกมจริงยังงงอยู่ดี
ปัญหาคือคำศัพท์เฉพาะทาง ที่ไม่มีใครอธิบายให้
บทความนี้รวมคำศัพท์บาคาร่าที่เจอบ่อยที่สุด พร้อมอธิบายแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องเดา ไม่ต้องเปิด Google ระหว่างเล่น
ถ้าคุณยังไม่รู้กติกาพื้นฐานบาคาร่าเลย แนะนำให้อ่าน บาคาร่าคืออะไร วิธีเล่นสำหรับมือใหม่ ก่อน แล้วค่อยกลับมาดูบทความนี้
คำศัพท์พื้นฐานที่ต้องรู้ก่อน
Natural (ไพ่ธรรมชาติ)
Natural คือสถานการณ์ที่ไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มรวมเป็น 8 หรือ 9 พอดี ถือว่าชนะทันทีโดยไม่ต้องแจกไพ่ใบที่ 3
- Natural 9 ชนะ Natural 8
- ถ้าทั้งสองฝั่งได้ Natural เท่ากัน ผลเสมอ (Tie)
ตัวอย่าง: Player ได้ไพ่ 4 + 5 = 9 คือ Natural 9 เกมจบทันที Banker ไม่ได้แจกไพ่เพิ่ม
ตัวอย่างที่ไม่ใช่ Natural: Player ได้ไพ่ 3 + 4 = 7 ฝั่ง Player ยังไม่ Natural ต้องรอดูกติกาว่าจะแจกใบที่ 3 หรือเปล่า
Squeeze (สควีซ หรือ บีบไพ่)
Squeeze คือการค่อย ๆ เปิดไพ่ทีละมุม แทนที่จะพลิกโชว์ทีเดียว เป็นลูกเล่นที่ดีลเลอร์ทำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้เกม โดยเฉพาะในโต๊ะแบบ VIP หรือ Live Baccarat บางประเภท
ผู้เล่นที่เดิมพันสูงสุดในรอบนั้นจะได้สิทธิ์บีบไพ่ ถ้าไม่มีใครขอ ดีลเลอร์จะทำให้เอง
มือใหม่หลายคนงงตอนเห็นดีลเลอร์ค่อย ๆ งอขอบไพ่ช้า ๆ ปกติครับ ระบบยังทำงานอยู่
Burn Card (ไพ่เผา)
ก่อนเริ่มแจกไพ่ครั้งแรกของ Shoe ใหม่ ดีลเลอร์จะ “เผา” ไพ่ออกจำนวนหนึ่ง คือนำไพ่ชุดแรกออกจากการเล่นโดยไม่ใช้งาน
เหตุผล: ป้องกันการโกงโดยผู้ที่อาจเห็นไพ่ใบบนสุด เป็นขั้นตอนมาตรฐานของคาสิโนทั่วโลก
คุณไม่ต้องทำอะไร แค่รู้ว่าทำไมดีลเลอร์ถึงโยนไพ่ออกก่อนเริ่มเกมก็พอ
Shoe (กล่องแจกไพ่)
Shoe คือกล่องที่บรรจุสำรับไพ่ทั้งหมดสำหรับแจก บาคาร่ามักใช้ไพ่ 6-8 สำรับรวมกันในกล่องเดียว
เมื่อไพ่หมดจาก Shoe ดีลเลอร์จะสับไพ่ชุดใหม่แล้วเริ่ม Shoe ใหม่ คุณจะเห็นข้อความ “Shuffle” หรือ “New Shoe” บนหน้าจอตอนนั้น
Cut Card (ไพ่ตัด)
ไพ่พลาสติกสีสันสดใสที่ดีลเลอร์สอดเข้าไปในสำรับหลังสับไพ่ เมื่อไพ่แจกถึง Cut Card ดีลเลอร์จะรู้ว่า Shoe กำลังจะหมด และจะเริ่ม Shoe ใหม่หลังจบรอบนั้น
คำศัพท์เรื่องการเดิมพัน
Commission / No Commission (ค่าคอมมิชชัน)
ปกติบาคาร่าหัก ค่าคอมมิชชัน 5% จากกำไรที่ได้เมื่อ Banker ชนะ
ตัวอย่าง: เดิมพัน 200 บาท ฝั่ง Banker ชนะ ได้กำไร 200 บาท หัก 5% = 10 บาท จ่ายจริง 190 บาท
บาคาร่าบางโต๊ะเป็นแบบ No Commission คือไม่หักค่าคอม แต่มีข้อแลกเปลี่ยน เช่น ถ้า Banker ชนะด้วยแต้ม 6 จะจ่ายแค่ครึ่งเดียว
| แบบโต๊ะ | Banker ชนะปกติ | Banker ชนะด้วยแต้ม 6 |
|---|---|---|
| มีคอมมิชชัน | ได้กำไร 190 บาท (เดิมพัน 200) | ได้กำไร 190 บาท |
| No Commission | ได้กำไร 200 บาท | ได้กำไรแค่ 100 บาท |
โต๊ะ No Commission ดูดีตรงที่ไม่มีการหัก แต่ถ้าเกิด Banker ชนะด้วย 6 บ่อย ก็เสียเปรียบได้เหมือนกัน ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันชัดเจนขนาดนั้น
Pair Bet (เดิมพัน Pair)
นอกจาก Banker/Player/Tie บางโต๊ะมีตัวเลือก Pair ให้เดิมพันเพิ่ม:
- Player Pair: เดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Player จะเป็นคู่เดียวกัน เช่น K + K หรือ 7 + 7
- Banker Pair: เดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่ง Banker จะเป็นคู่เดียวกัน
อัตราจ่ายส่วนใหญ่อยู่ที่ 11:1 (เดิมพัน 100 บาท ได้กำไร 1,100 บาท) ฟังดูดี แต่โอกาสเกิดต่ำมาก ขอบบ้านอยู่ที่ประมาณ 10.36%
ถ้าเป็นมือใหม่ แนะนำให้ข้ามตัวเลือก Pair ไปก่อน โฟกัสที่ Banker หรือ Player ก่อนดีกว่า ทำความเข้าใจกับเกมหลักให้คล่องก่อนค่อยขยับ
Road Map คืออะไร? (ส่วนที่มือใหม่งงที่สุด)
Road Map คือกราฟที่บันทึกผลของแต่ละรอบที่ผ่านมา บาคาร่าออนไลน์มักแสดง Road Map หลายประเภทพร้อมกันบนหน้าจอ
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อน: Road Map ไม่ได้ทำนายผลรอบต่อไปได้ บาคาร่าแต่ละรอบเป็นอิสระจากกัน ดูเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ วิธีตั้งงบเล่นพนัน ไม่ให้เจ็บตัว ว่าทำไมการ “ตามเส้น” ถึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่ได้ผลจริง
Road Map มีไว้เพื่อบันทึกประวัติ ไม่ใช่ทำนายอนาคต ใช้อ่านเพื่อความสนุกได้ แต่อย่าตัดสินใจเดิมพันโดยอิงแค่กราฟเพียงอย่างเดียว
Big Road (เส้นหลัก หรือ ถนนใหญ่)
นี่คือกราฟหลักที่ใหญ่ที่สุดบนหน้าจอ บันทึกผลทุกรอบด้วยวงกลมสองสี:
- วงกลมแดง = Banker ชนะ
- วงกลมน้ำเงิน = Player ชนะ
- เส้นสีเขียวขีดผ่าน = Tie (เสมอ)
- จุดเล็กในวงกลม = มีไพ่คู่ (Pair) เกิดขึ้นรอบนั้น
วิธีอ่าน Big Road:
ผลบันทึกลงคอลัมน์แนวตั้ง ถ้าฝั่งเดิมชนะซ้อนกัน จะเติมลงไปในคอลัมน์เดิม พอเปลี่ยนฝั่ง จะขึ้นคอลัมน์ใหม่ทางขวา
ตัวอย่าง: Banker ชนะ 4 รอบติด → วงกลมแดง 4 อันซ้อนกันในคอลัมน์เดียว พอ Player ชนะ 2 รอบ → ขึ้นคอลัมน์ใหม่ทางขวา มีวงกลมน้ำเงิน 2 อัน
Bead Plate (ลูกปัด หรือ P Map)
กราฟขนาดเล็กที่บันทึกผลทีละรอบแบบตรงไปตรงมา เรียงจากบนลงล่าง 6 แถว แล้วขยับไปคอลัมน์ถัดไป ไม่มีการจัดกลุ่มตามฝั่งที่ชนะต่อเนื่อง
ลองนึกภาพแบบนี้: ถ้า Big Road คือการแสดงรูปแบบการออกผล Bead Plate คือรายชื่อผลรอบต่อรอบแบบตรง ๆ
อ่านง่ายกว่า Big Road เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเช็คว่าในช่วง 10-20 รอบล่าสุดมีผลออกมาเป็นอะไรบ้าง
Big Eye Boy, Small Road, Cockroach Pig
Road Map สามตัวนี้เป็นกราฟอนุพัทธ์ที่คำนวณมาจาก Big Road อีกที ใช้วิเคราะห์ว่า Big Road มีรูปแบบสม่ำเสมอหรือไม่
- Big Eye Boy: ดูว่า Big Road มีรูปแบบซ้ำหรือสุ่มมาก
- Small Road: เหมือน Big Eye Boy แต่ข้ามคอลัมน์ 1 ในการคำนวณ
- Cockroach Pig (แมลงสาบ): เหมือน Big Eye Boy แต่ข้าม 2 คอลัมน์
สำหรับมือใหม่: ไม่ต้องสนใจสาม Road นี้ก็ได้ ดู Big Road หรือ Bead Plate พอ ถ้าอยากเข้าใจลึกขึ้นค่อยศึกษาทีหลังหลังจากเล่นไปสักพักแล้ว
ตารางสรุปคำศัพท์บาคาร่า
| คำศัพท์ | ความหมายสั้น ๆ |
|---|---|
| Natural | ไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มรวม 8 หรือ 9 เกมจบทันที |
| Squeeze | บีบไพ่ค่อย ๆ เปิดเพื่อเพิ่มอรรถรส |
| Burn Card | ไพ่ที่ดีลเลอร์เผาออกก่อนเริ่ม Shoe ใหม่ |
| Shoe | กล่องที่บรรจุสำรับไพ่ 6-8 ชุดสำหรับแจก |
| Cut Card | ไพ่พลาสติกสอดในสำรับ กำหนดจุดสิ้นสุด Shoe |
| Commission | ค่าคอม 5% หักจากกำไรตอน Banker ชนะ |
| No Commission | ไม่หักค่าคอม แต่ Banker ชนะด้วย 6 จ่ายแค่ครึ่ง |
| Pair Bet | เดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกจะออกเป็นคู่ จ่าย 11:1 |
| Big Road | กราฟหลัก แดง = Banker, น้ำเงิน = Player |
| Bead Plate | กราฟเรียงผลทีละรอบแบบตรงไปตรงมา |
| Big Eye Boy / Small Road / Cockroach Pig | กราฟวิเคราะห์รูปแบบขั้นสูง มือใหม่ข้ามได้ก่อน |
สิ่งที่ต้องจำ
- Natural = ไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มรวม 8 หรือ 9 เกมจบทันที ไม่แจกใบที่ 3
- Commission 5% หักจากกำไรตอน Banker ชนะ โต๊ะ No Commission ไม่หักแต่มีเงื่อนไขอื่น
- Pair Bet อัตราจ่ายดีแต่ขอบบ้านสูง มือใหม่ข้ามไปก่อนได้เลย
- Big Road คือกราฟหลักที่ต้องดูก่อน กราฟอื่น ๆ ค่อยเรียนรู้ทีหลัง
- Road Map ไม่ทำนายอนาคตได้ ดูไว้เพื่อบันทึกประวัติ ไม่ใช่พื้นฐานการตัดสินใจเดิมพัน
ถ้าคุณเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้แล้ว การเปิดโต๊ะบาคาร่าครั้งต่อไปจะรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาก ลองเปิด Live Casino คืออะไร แล้วสังเกตดูว่าตอนนี้อ่านหน้าจอได้มากขึ้นแค่ไหน